วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

LOGO Green Label

Sketch
LOgo 1
LOgo 2
LOgo 3

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เทศกาลปล่อยแสง 3






นิทรรศการเทศกาลปล่อยแสง เป็นเหมือนตลาดนัดทาง ความคิดสร้างสรรค์ของนิสิต นักศึกษา ระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาโท เพื่อแรกเปลี่ยน ต่อยอด พัฒนา จนเป็นธุรกิจอย่างมีประสิทธืภาพได้


**ผู้ที่เข้ามาชมจึงมีหลากหลาย ทั้งเด็กจนถึงผู้ใหญ่ คนทำงานออฟฟิต เด็กมหาลัย เด็กมัธยม และบุคคล ทั่วไปที่เห็นงานนี้ แต่ละคนล้วนได้เห็นความรู้ใหม่ๆ และส่วนบางส่วนที่เรามองข้ามไป จากเหล่านักออกแบบ รุ่นใหม่เป็นการกระตุ้นให้ผู้คน ให้ความสำคัญแล้วใส่ใจ กับการออกแบบเพิ่มมากขึ้น

ผลงานที่สนใจ
i see
การประยุกต์ของที่เป็นเฟอร์นิเจอร์

i like
เหมาะสมกับการใช้ชีวิตในคอดโด หรือที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่ จำกัด ตอนนี้มาก แล้วยังสามารถพับ หรือกลางออก เป็นได้อีกหลายแบบ เช่น เป็นที่นอน เก้าอี้ โซฟา ฯลฯ ตาม ต้องการได้เลย

i don’t like
วัสดุที่ใช้รู้สึกว่าจะเป็นหนัง ข้อจำกัดที่คิดก็คือ เวลานั่ง หรือนอน มันจะร้อน ทำให้เหงื่อออกง่าย ควรใช้แต่ในที่ที่มี เครื่องปรับอากาศเท่านั้น

ProJECT BY
จินตรา กิจโชคเจริญสกุล
ศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต

i see
การทารุณกรรมสัตว์

i like
สะท้อนใจเพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นอยู่ในสังคม ปัจจุบัน ซึ่งการกระทำแบบนั้นมันเกิดจากคนที่ชอบทำ กับ ทำเพราะหวังดี ซึ่งเราต้องหันมามองในจุดนี้กันให้มากขึ้น ว่าถ้าเราโดนกระทำแบบนั้นแล้วจะรู้สึกอย่างไร

i don’t like
ภาพและหนังสั้น ยังไม่แรงมาก เพราะถ้าแรงมากมันจะ กระชากใจคนดูได้อีก

ProJECT BY
ศุทธินี คุณสุทธิ์ ศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

i see
ประเทศไทยในปัจจุบัน

i like
เป็นการสื่อสิ่งต่างๆ รอบตัวเราในปัจุบันให้ดูแล้วเข้าใจง่าย ผ่านสัญลักษณ์ ง่ายๆ อย่างขวานหัก ก็นึกได้เลยว่า ปัญหาชายแดนภาตใต้ ส่วนตัวแมคโดนัลสวัสดี ก็บอกถึง ความนิยมใน fast food ของเมืองไทยได้อีกด้วย

i don’t like
ในแต่ละสัญลักษณ์จะใช้เส้นที่หนา ทำให้ดูยากไปบ้างเพราะ น้ำหนักเท่ากันหมด

ProJECT BY
ณัฐ แสนชื่น
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

Home

“ บ้าน ”

เป็นสารคดีเกี่ยวกับโลกของเรา หนังเล่าตั้งแต่กำเนิดโลก ความเป็น
มาของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ พืช สัตว์ ที่ได้วิวัฒนาการเรื่อยมาจนมาถึง
กำเนิดมนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าประเสริฐสุด แต่ทำลายโลกได้
รุนแรงที่สุด สิ่งที่เรากระทำทั้งหมดบนโลกใบนี้ล้วนมีผลกระทบต่อ
โลกใบนี้ทั้งสิ้น ซึ่งเรากว่าจะรู้ถึงผลกระทบนั้นก็คงสายไปแล้ว
น้ำอาจจะท่วมโลก ไฟไหม้ทุกย่อมหญ้า ร้อนจัด หนาวจัด ทุกสิ่ง
ทุกอย่างจะแปลเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายลงเรื่อยๆจนเราทนไม่ไหว
ล้มตายแล้วสูญพันธุ์ไปในที่สุด แต่ในเมื่อ มีสารคดีที่ถ่ายทอด
ผลกระทบจากทั่วทุกมุมโลกขนานนี้แล้ว มันก็เป็นการกระตุ้นที่ดีให้
พวกเราหันมาสนใจโลกมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น

i see HOME
นำเสนอในมุมมองแบบ Bird eye view หรือ ถ่ายจากมุมสูง เพื่อ
ให้เห็นสภาพโลกใบนี้ได้อย่างชัดเจน
i like HOME
ภาพที่ถ่ายมาทำสารคดีครั้งนี้เป็นภาพที่ดึงดูดความสนใจมาก
Home เป็นเสมือนกระจกสะท้อนให้เราเห็นถึงการกระทำในทุกๆวันนี้
ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จะส่งผล
กระทบขนานไหน ทำให้คนที่ดูตะหนักได้อย่างชัดเจน เหมือนคำที่ว่า
“It’s too late to be pessimistic”
มันสายเกินกว่าจะมองโลกในแง่ร้าย
i don’t like HOME
ดนตรีที่ใช้ก็เข้ากับจังหวะแล้วอารมณ์ความรู้สึกดี แต่บางช่วงก็ทำให้เคลิ้มจนต้องหลับได้


Effects in the WOLRD
- 20% ของประชากรโลกถลุงทรัพยาการของดาวดวงนี้ไปถึง 80%
- ทั้งโลกใช้จ่ายด้านยุทโธปกรณ์มากกว่านำเงินไปช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาถึง 12 เท่า
- 5 พันคนต่อวันเสียชีวิตเพราะน้ำดื่มที่ปนเปื้อน และ 1 พันล้านคนไม่มีน้ำสะอาดไว้ดื่ม
- 1 พันล้านคนกำลังหิวโหย
- กว่า 50% ของเมล็ดธัญพืชที่ซื้อขายกันทั่วโลกใช้เป็นอาหารสัตว์และผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
- พื้นที่กสิกรรมเสื่อมสภาพไปถึง 40%
- ทุกๆ ปี พื้นที่ป่าสูญหายไป 13 ล้านเฮกตาร์
- 1 ใน 4 ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, 1 ใน 8 ของนก และ 1 ใน 3 ของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำใกล้จะสูญพันธุ์
- สัตว์หลายๆ สปีชี่ตายเร็วกว่าอายุขัยตามธรรมชาติถึง 1 พันเท่า
- ผลิตผลทางการประมงลดน้อยลง สูญสิ้น หรือเสี่ยงต่อการสูญสิ้นถึง 75%
- ตั้งแต่เริ่มบันทึกสถิติ อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วง 15 ปีที่ผ่านมานับว่าสูงที่สุด
- แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกบางลงถึง 40% ในระยะเวลา 40 ปี
- ก่อนถึงปี 2050 คาดว่าจะมีผู้ลี้ภัยจากสภาพอากาศอันเลวร้าย 200 ล้านคน

Who ?
มนุษย์ผู้ดำรงชีวิตอย่างไม่เห็นคุณค่าของธรรมชาติ เห็นแก่ตัว
มนุษย์ผู้ไร้เดียงสา รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต่อผลที่จะเกิดขึ้น

What ?
ปัจจัย 4 และของฟุ่มเฟือย

Where ?
ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทรัพย์กรอันมีค่าในวงจรธรรมชาติ

When ?
เมื่อมนุษย์ขาดแคลน ไม่พอใจ และไม่สนใจต่อผลกระทบ

Why ?
ผลประโยชน์และรายได้มหาศาลจากธรรมชาติ

How ?
เท่าที่จะหาได้ ถ้าไม่พอก็ออกไปหาแหล่งใหม่

“ Key Word ”
เปลี่ยนแปลง Change
ป้องกัน Protect
สู้รบ War
ผลกระทบ Effect
ทรัพยากร Resources
หืดแห้ง Arid
ฟุ่มเฟือย Thriftless
ขออีก Refiffiill
ใช้อีก Reuse
ไวรัส Virus

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โครงการเกี่ยวกับธรรมชาติ

โครงการประกวดการสร้างภาพเคลื่อนไหว (Animation)
ภายใต้หัวข้อ “รวมพลังลดโลกร้อน”

เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ร่วมกับ มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช
และ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)
ได้จัดโครงการประกวดเขียนเอนิเมชั่นชิงแชมป์ประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “รวมพลังลดโลกร้อน”
เพื่อเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และ
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนน้อมนำพระราชดำริ
มาปฏิบัติใช้เพื่อการพัฒนาความสามารถของตนเองและนำไปพัฒนาประเทศชาติต่อไป

ระดับอุดมศึกษา
รางวัลทีมชนะเลิศ
รางวัลทีมรองชนะเลิศอันดับ 1
โล่ประกาศเกียรติคุณ
ทุนการศึกษามูลค่า 50,000 บาท

กรมธรรม์ประกันภัยให้ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุระยะเวลา 1 ปี
จาก บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ทุนประกันภัยรวมท่านละ 500,000 บาท

รางวัลทีมรองชนะเลิศอันดับ 2
โล่ประกาศเกียรติคุณ
ทุนการศึกษามูลค่า 30,000 บาท

กรมธรรม์ประกันภัยให้ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุระยะเวลา 1 ปี
จาก บมจ.อยุธยา อลิ อันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ทุนประกันภัยรวมท่านละ 500,000 บาท

รางวัลทีมชมเชย จำนวน 3 รางวัล
ทุนการศึกษามูลค่า 5,000 บาท
ประกาศนียบัตร

กรมธรรม์ประกันภัยให้ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุระยะเวลา 1 ปี
จาก บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิตทุนประกันภัยรวมท่านละ 100,000 บาท

*เป็นการกระตุ้นเยาวชนให้ตื่นตัวในเรื่องโลกร้อน แล้วสื่อออกมาในรูปแบบที่แปลกใหม่ที่หน้าสนใจ

ที่มา
http://www.aacp.co.th/th/aacpContest/02.asp?page=in

โครงการฉลาก"คาร์บอนต่ำ"คู่ฉลากเขียวให้คนซื้อตัดสินใจ

+ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย


- เสนอรัฐทำฉลากสินค้าคาร์บอนต่ำ คู่สินค้าฉลากเขียวให้ผู้บริโภคตัดสินใจ
โดยตัวฉลากจะบอกผู้บริโภคถึงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการผลิต
เพื่อให้เกิดการเลือกใช้ ทำให้สินค้าที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมล้มตายไปเอง

*ทั้งนี้ทั้งนั้นเผื่อประโยชน์คนรุ่นหลังซึ่งโครงการนี้สามารถทำให้คนตะหนักได้ เพราะก่อนที่จะซื้ออะไร
แต่ละอย่างก็ต้องรู้ถึงผลกระทบต่อโลกใบนี้ได้ดี ... o_-

ที่มา ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 7-06-2551 14:58 น.
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000066099


COTTON USA 100%

T-SHIRT
DESIGN
CONTEST
Concept
คือถ้าเราอยากจะให้โลกคงอยู่ในสภาพเดิม ในแบบที่มันเป็นอยู่แล้ว ไม่แย่ไปกว่านี้อีก พวกเราก็ต้องช่วยกัน ใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้คุ้มค่ามากที่สุด มีประสิทธิภาพสูงสุด

ผมจึงคิดไปถึงว่า โลกเรามีน้ำ 3 ส่วน แผ่นดิน 1 ส่วน ถ้าเรายังไม่รักษาธรรมชาติ แผ่นดินที่เราอยู่ก็อาจจะไม่มีอีกแล้ว เหมือนกันถ้าเราใช้ผ้าที่ทำจากธรรมชาติก็เหมือนเป็นการช่วยโลก ไปด้วยในตัว รูปทรงที่เอามาทำจึงเป็นทรง 6 เหลี่ยมเหมือนกับที่ปั่นทำใยฝ้ายธรรมชาติ แบบที่ชาวบ้านทำกัน แล้ว วาง ทั้งหมด 4 อัน สีฟ้า 3 อัน เปรียบเสมือนน้ำ อีกอันที่เป็นสีเขียว เปรียบเสมือนแผ่นดิน ที่เริ่มหายไป และข้อความ ว่า โลกจะเป็นเหมือนเดิมได้ ถ้าคุณใช้ ธรรมชาติอย่างคุ้มค่า

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Swiss Style

Swiss Style เกิดขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บนรากฐานอิทธิพลของ
Bauhaus - Constructivism และ De Stijl ซึ่งเป็นช่วงที่การใช้ grid
ในการสร้างสรรค์งานยังคง ได้รับการขานรับอย่างต่อเนื่อง และถูกผสมผสานเข้ากับการใช้
เทคนิคใหม่ๆในการตกแต่งแก้ไขภาพถ่าย (photomontage)
นอกเหนือไปจากนั้น การพัฒนาด้านการพิมพ์ก็ได้เปิดช่องทาง-
ใหม่และลูกเล่นใหม่ๆให้กับนักออกแบบ ในยุคนี้อย่างมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้
กราฟฟิกดีไซน์แบบใหม่ที่มีในสวิตเซอร์แลนด์ในช่วงยุค 50
กลายเป็นสไตล์โดดเด่นของโลกในช่วงยุค 70 มีความเหมือนเกี่ยว
เนื่องกับรูปแบบพื้นฐาน Typography เป็นอย่างมากรูปแบบสไตล์นี้มีจุดที่ชัดเจน



Internationnal Style ที่เข้ามาใน America
ในช่วงปี 1950-1960ได้มีการมองถึงด้านเกี่ยวกับชุมชนเพื่อที่จะได้มี
การรวมตัวกันเป็นหน่วยงานและถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นจุด peak ที่สุดใน
ปี 1970 ก็คือเป็นจุดนึงที่บ่งบอกถึงรากฐานด้านแนวความคิดสมัยใหม่
ในยุคนั้น ทำให้เกิด “Intermationnal Typographic Style”



คนที่ชักจูงเข้ามาคือ Bunnell เขาได้นำการออกแบบเข้ามา
เช่น Ulm Journals จากสื่อสิ่งพิมพ์ใน German




ทำไมงานแนว Swiss ถึงต้องมีรูปแบบ Guid , Asymmetric เป็นหลัก
swiss Style เกิดขึ้นที่เมือง “ซูริก” ซึ่งมีนักออกแบบ
ที่โดดเด่นอย่าง ***Josef Muller Brockmann***
เกิดวันที่ 9 พ.ค. 1914 และได้
เสียชีวิตลงเมื่อ 30 ส.ค. 1996
เป็นทั้งครูและนักออกแบบ เขาเรียนเกี่ยวกับทางด้าน Architecture Design และ History of Arts ที่มหาวิทยาลัย Kunstgewerbeschure
Muller น่าจะได้รับอิทธิพลในการใช้การออกแบบที่เรียนมา
จากโรงเรียนที่เกี่ยวกับ ทางด้าน Architecture Design เขาจึงประยุกต์ เข้ากับงานที่มีการใช้ Asymmetric


ผลงานของ Josef Muller Brockmann




นักออกแบบที่โดดเด่นในยุค International Typographic Style อีกคนหนึ่งก็คือ
Paul Rand -เค้าเรียนทางด้าน Art & Design จาก Pratt Institute
Paul Rand เริ่มทำงาน ตอนอายุ 23 ปี ในตำแหน่ง
Art Director ของ Esquire & Apparel Art magazine ในขณะนั้น Graphic communication
จะมีบทบาทเด่นมากในด้าน การวาดภาพประกอบ , พาดหัว , ตัวอักษรเรียบๆ การใช้สีในงานของ
Paul Rand ได้รับอิทธิพลจาก งานเขียนต่างๆ เช่น งานของ Picasso
พอล แรนด์ เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มใช้สไตล์การออกแบบที่เรียกว่า Swiss Style คือสไตล์ของภาพสะอาดตา คำนึงถึงทักษะการอ่าน และเหตุผล เป็นรูปแบบที่แสดงความเด่นชัดของการจัดองค์ประกอบ
แบบไม่สมมาตร(Asymmetric lay-outs) มีการใช้ตาราง (Grid) และ Sanserif (ส่วนที่ยื่นออกมาจากตัวอักษร) เป็นสไตล์ที่ให้ความสำคั Typography (การพิมพ์) รวมไปถึงการผสมผสานการออกแบบโดย
การใช้รูปถ่าย (Photography) ภาพประกอบ(Illustrate) และรูปวาด (Drawing)

ผลงานของ Paul Rand